หน้าเหี่ยวย่น แก้อย่างไร วิธีแก้หน้าย่น ปลอดภัย ได้ผลจริง

  • 20/06/2024
  • 16

ปัจจุบันหนุ่มสาวหลายคนมีปัญหาหน้าเหี่ยวย่นตั้งแต่อายุยังน้อย หรือมีริ้วรอยก่อนวัย ส่งผลให้หน้าดูแก่จนเสียความมั่นใจ ใครที่กำลังกังวล บทความนี้จะพาไปสำรวจหาสาเหตุ พร้อมแนะนำเคล็ดลับวิธีแก้หน้าย่นที่ปลอดภัย เพื่อให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง

หน้าแก่ก่อนวัยเกิดจากอะไร สาเหตุที่ทำให้หน้าย่นก่อนวัยที่คุณอาจไม่รู้

 

หน้าย่นเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ

  • หน้าเหี่ยวย่นจากพันธุกรรม 

ลักษณะของผิวที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด เช่น บางคนคนผิวแห้ง ผิวมัน ผิวแพ้ง่าย ในขณะที่บางคนเซลล์ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ทำให้มีโอกาสที่ผิวจะเหี่ยวย่น และเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่า 

  • หน้าเหี่ยวย่นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต 

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวมีริ้วรอย หย่อนคล้อย มักเกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว เช่น ความเครียด พักผ่อนน้อย ดื่มน้ำน้อย ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

  • หน้าเหี่ยวย่นจากแสงแดด 

รังสียูวีในแสงแดดจะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพ หย่อนคล้อย เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ คนที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดเป็นประจำจึงมีผิวเหี่ยวเร็วกว่าคนที่ทา

  • หน้าเหี่ยวย่นจากการละเลยดูแลผิว 

ผิวที่ขาดการบำรุงอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังการทำความสะอาดผิวก็สำคัญ เพราะสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนใบหน้า จะทำให้ผิวอุดตัน อักเสบ เกิดปัญหาสิว รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยได้ง่าย

วิธีทําให้หน้าเต่งตึง โดยธรรมชาติ เคล็ดลับเพื่อผิวสวยสดใส

 

วิธีแก้หน้าแก่ก่อนวัยแบบธรรมชาติ สามารถทำได้ด้วยการนวดยกกระชับ โดยใช้นิ้วมือนวดคลึงไปทั่วบริเวณใบหน้า ตั้งแต่หน้าผาก รอบดวงตา แก้ม คาง ลงไปถึงลำคอ หรือใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น กัวซา จะกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณใบหน้า ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เด้งกระชับ ริ้วรอยดูลดเลือนลง ทั้งนี้จะต้องใช้เวลานาน และทำอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

แก้หน้าแก่ก่อนวัยให้กลับมาเรียบเนียนด้วย Ulthera

สำหรับใครที่มองหาวิธีแก้หน้าแก่ก่อนวัย แบบเร่งด่วน สามารถใช้เทคโนโลยี Ulthera เข้ามาช่วยยกกระชับ เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีรอยแผล แต่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ชนิดเจาะจง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปในผิวชั้น SMAS หรือผิวชั้นลึกที่อยู่ติดกับชั้นกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดจุดความร้อน กระตุ้นให้เนื้อเยื่อผิวหดตัว รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ จึงช่วยคืนความกระชับ ทำให้ผิวที่เหี่ยว ยับย่น มีริ้วรอย กลับมาเรียบเนียน ดูเต่งตึง และปรับรูปหน้าให้เรียวสวยได้ในระยะเวลาอันสั้น

วิธีดูแลตัวเองเมื่อผิวมีริ้วรอยและหย่อนคล้อยให้กลับมาสดใส

หากมีปัญหาหน้าเหี่ยวย่น หรือริ้วรอยเกิดขึ้นแล้ว ควรจะหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากขึ้น โดยสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • ดื่มน้ำมากๆ ประมาณ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน ทำให้ผิวยืดหยุ่น ลดการเกิดริ้วรอยเพิ่มขึ้น
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เลือดจะนำพาสารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี ผิวจะดูสดใส เปล่งปลั่ง สุขภาพดี
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ที่วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และชะลอการเสื่อมของผิว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ จัดตารางเวลานอนและเวลาตื่นให้เหมาะสม สร้างบรรยากาศในห้องนอนที่ดี ปิดไฟมืดสนิท งดเล่นมือถือก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับง่าย และหลับสนิทตลอดคืน
  • ผ่อนคลายความเครียด หาเวลาพักผ่อน ทำกิจกรรมคลายเครียดบ้าง เช่น ฟังเพลง ดูหนัง นั่งสมาธิ ออกไปเที่ยว 
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดริ้วรอย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว และช่วยเรื่องการยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอย เป็นพิเศษ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล, วิตามิน C, วิตามิน E และหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ

 

พฤติกรรมทำหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย

 

นอกจากการดูแลตัวเอง ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อผิว เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเหี่ยวย่น ผิวมีริ้วรอย หย่อนคล้อย มีร่องแก้ม ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังต่อไปนี้

  • การสูบบุหรี่ สารพิษในบุหรี่ทำให้หลอดเลือดแดงหดตัว ส่งผลให้ออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงผิวได้น้อยลง นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังด้วย
  • การดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ และยังทำให้ผิวหยาบ หน้าแห้งเหมือนคนแก่ หากงดไม่ได้ ก็ควรลดปริมาณและความถี่ลงให้น้อยที่สุด
  • นอนดึก พักผ่อนน้อย ช่วงเวลานอนหลับคือช่วงที่ผิวจะซ่อมแซมตัวเอง รวมถึงมีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ แต่หากนอนไม่พอ หรือคุณภาพการนอนหลับไม่ดี จะทำให้การฟื้นฟูของผิวลดลง 
  • ขัดถูหน้าแรงๆ การล้างหน้าให้สะอาด ไม่ควรขัดถูแรงๆ หรือสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการเสียดสี และตามมาด้วยปัญหาริ้วรอย
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป เมื่อบริโภคอาหารเหล่านี้เป็นประจำ จะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ทำให้เซลล์ผิวเกิดการอักเสบ คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพ ผิวจึงขาดความยืดหยุ่น 

Aes Class Clinic มีเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น ผิวมีริ้วรอย หย่อนคล้อย ด้วยเครื่องมือทันสมัย ได้มาตรฐาน พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญ ที่จะช่วยออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล รวมถึงให้คำแนะนำในการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ 

สนใจโปรแกรม Ulthera แพทย์พร้อมออกแบบการ
รักษาเฉพาะบุคคล

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก!

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหน้าเหี่ยวย่น

ทำยังไงไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัย 

การดูแลผิวหน้าให้ไม่แก่ก่อนวัยช่วยให้รักษาความอ่อนเยาว์ของผิวหน้าได้ ซึ่งอาจใช้วิธีง่าย ๆ ในการดูแลตัวเอง เช่น การใช้ครีมกันแดดทุกวันช่วยปกป้องผิวจากแสง UV ที่ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยได้ หรือการออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและฮอร์โมนที่ช่วยในการสร้างผิวใหม่ ทำให้ผิวดูกระชับและสุขภาพดีขึ้น

อะไรที่ทำให้หน้าดูแก่ 

ปัจจัยที่อาจทำให้หน้าดูแก่ เช่น การถูกแสงแดดโดยตรงโดยไม่มีการป้องกันสามารถทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิด ริ้วรอย, จุดด่างดำ, และผิวหย่อนคล้อย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์หรือการสูบบุหรี่เป็นประจำ ซึ่งสามารถทำให้ผิวเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น 

ทำไมอายุน้อยแต่หน้าแก่

 อาจเกิดจากสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่

  1. พันธุกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในลักษณะของผิวหนัง การมีพ่อแม่หรือบรรพบุรุษในตระกูลที่มีลักษณะผิวที่แก่ก่อนหน้าจะส่งผลต่อลักษณะผิวของลูกได้
  2. การใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะสมกับผิวหน้า ทำให้ผิวเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น

หน้าแก่ก่อนวัยดูยังไง 

การหน้าแก่ก่อนวัยอาจดูได้จาก

  1. ริ้วรอยที่เริ่มปรากฏบนผิวหน้า เป็นเครื่องสังเกตได้ชัดเจนว่าผิวหน้ามีลักษณะการเสื่อมสภาพ
  2. ผิวหน้าที่ดูหย่อนและไม่มีความยืดหยุ่นเหมือนเดิม
  3. การมีจุดด่างดำหรือแผลดำบนผิวหน้า ทำให้ดูแก่

กินอะไรทำให้ผิวหน้าเต่งตึง

การรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยเสริมสร้างผิวหน้าให้มีความยืดหยุ่นและเต่งตึงได้ เช่น รับประทานผลไม้และผักที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งช่วยในการสร้างคอลลาเจนและเสริมสร้างเนื้อเยื่อผิวหน้าให้แข็งแรง หรือการดื่มน้ำมากพอ จะช่วยในการรักษาความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นของผิวหน้า