AES CLASS Clinic logo
โบท็อก ( Botulinum Toxin Type A ) การฉีดโบท็อกที่ช่วยให้ผิวดูตึงกระชับเรียบเนียน โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง โบท็อกมีผลข้างเคียงหรือไม่ ทำไมต้องทำโบท็อก

รู้ลึกเรื่อง ฉีดโบท็อกซ์ โบท็อกซ์คือ อะไร? ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล ทำโบท็อกซ์ช่วยอะไรและทำที่ไหนดี

ตัวช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย หลายคนคงคุ้นเคยเกี่ยวกับ โบท็อกซ์ ( Botulinum Toxin Type A ) หรือการฉีดโบท็อกซ์ที่ช่วยให้ผิวดูตึงกระชับเรียบเนียน และยังช่วยปรับรูปหน้าให้ได้รูปมีมิติ โบท็อกซ์จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก จนหลายคนกล่าวว่า ‘โบท็อกซ์เป็นเสมือนยาสามัญประจำบ้านในวงการความงาม’

ฉีดโบท็อกซ์คืออะไร ไขข้อข้องใจเรื่องโบท็อกซ์ทุกแง่มุม

หลายคนที่สงสัยว่าโบท็อกซ์คืออะไร โบท็อกซ์ หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงาม  ซึ่งได้การยอมรับในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา (FDA) สหรัฐอเมริกา ด้วยประสิทธิภาพในการช่วยยกกระชับปรับรูปหน้า เพื่อเพิ่มความเต่งตึงให้ผิวพรรณ ปรับโครงหน้าให้เรียวเข้ารูป และลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย โบท็อกซ์จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ทั้งนี้ในปัจจุบันยังมีนวัตกรรมการยกกระชับหน้าแบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Thermage, Ulthera หรือ Emface เป็นต้น

ฉีดโบท็อกซ์ เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดโบท็อกซ์นั้น การฉีดโบท็อกซ์เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวต่าง ๆ ดังนี้

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา ขมวดคิ้ว ลดริ้วรอย ลดรอยย่นเล็ก ๆ บนผิว ให้ผิวเรียบเนียน ตึง และใสขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า ให้หน้าดูเรียว ลดกราม ลดกล้ามเนื้อบริเวณกราม
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับรูขุมขน รูขุมขนกว้าง ลดความมันบนใบหน้า
  • เหมาะกับคนที่มีโหนกแก้มใหญ่ โบท็อกซ์ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อโหนกแก้มได้ จึงมีขนาดเล็กลง
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการฉีดลดขนาดน่องแขนและขา เป็นต้น
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และช่วยลดกลิ่นตัว

ทั้งนี้การฉีดโบท็อกซ์ยังไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้สาร Botulinum Toxin Type A, ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร, ผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น

โบท็อกซ์ช่วยอะไร ได้บ้าง? ดูแลผิวพรรณด้านไหน

โบท็อกซ์ช่วยเรื่องผิวพรรณได้ดีจริงไหม และช่วยอะไรได้บ้างนั้น หลัก ๆ แล้วโบท็อกซ์สามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น

✔️ ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยแห่งวัย โดยเฉพาะรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เช่น รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอยตีนกา ฯลฯ
✔️ ทำให้ผิวเรียบตึง โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด
✔️ ปรับโครงหน้า ลดขนาดกราม และยกกระชับใบหน้าให้เข้ารูปมีมิติขึ้น
✔️ ลดน่องให้เรียว
✔️ ระงับการเกิดเหงื่อ โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขนหรือรักแร้

การฉีดโบท็อกซ์ใช้เวลารักษาน้อย ประมาณ 30-40 นาที เห็นผลชัดและรวดเร็วตั้งแต่หลังรักษา สามารถกลับไปทำงานได้ปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้น

ขั้นตอนการเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์

การเตรียมตัวก่อนการรักษาด้วยโบท็อกซ์

ก่อนรักษา 1-2 สัปดาห์ ควรงดยาแก้ปวด ‘NSAIDs’ ยาละลายลิ่มเลือด และอาหารเสริมในกลุ่มวิตามินอี น้ำมันตับปลา และสมุนไพร เช่น ขิง โสม แปะก๊วย ฯลฯ

ขั้นตอนการเข้ารับบริการกับ AES CLASS CLINIC

  1. แพทย์ตรวจสภาพผิวและประเมินการรักษา
  2. พนักงานทำความสะอาดผิวให้คนไข้ และทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
  3. แพทย์ทำการรักษา โดยใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่จำนวนยาและบริเวณที่รักษา
  4. แพทย์รักษาเสร็จ พนักงานทำความสะอาดผิวให้คนไข้

โบท็อกซ์ ฉีดตรงไหนได้บ้าง

โบท็อกซ์สามารถเติมได้หลายบริเวณบนใบหน้าและร่างกาย เพื่อลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า ลดเหงื่อและกลิ่นตัว แบ่งได้ดังนี้

บริเวณใบหน้า บริเวณร่างกาย

 

  • หน้าผาก : ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก เช่น ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ริ้วรอยตรงกลางหน้าผาก
  • ระหว่างคิ้ว : ลดริ้วรอยบริเวณระหว่างคิ้ว
  • หางตา : ลดริ้วรอยบริเวณหางตา เช่น รอยตีนกา
  • ร่องแก้ม : ลดร่องแก้ม
  • มุมปาก : ลดริ้วรอยบริเวณมุมปาก เช่น ริ้วรอยยิ้ม
  • กราม : ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง
  • จมูก : ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณปีกจมูก ทำให้จมูกดูเล็กลง

 

  • รักแร้ : ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ช่วยลดกลิ่นตัว
  • มือ : ลดเหงื่อบริเวณมือ
  • เท้า : ลดเหงื่อบริเวณเท้า
  • น่อง : ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ทำให้ขาเรียวเล็กลง

หลังฉีดโบท็อกซ์ควรดูแลตนเองหลังฉีดอย่างไร

  1. หลังรักษาทันทีไม่ควรจับหรือนวดบริเวณที่รักษา เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของยา
  2. หลังรักษา 4 ชั่วโมง เป็นช่วงที่ตัวยากำลังซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อ จึงไม่ควรนอนราบหรือนอนตะแคงเพราะยาอาจเคลื่อนจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้
  3. เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการออกฤทธิ์ของตัวยา ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์หลังรักษา
  4. ช่วง 2-4 สัปดาห์แรก งดการอบไอน้ำ และซาวด์หน้า ซึ่งจะทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่

โบท็อกซ์ กี่วันเห็นผล?

คำถามที่พบบ่อยมากที่สุด คือ โบท็อกซ์ อยู่ได้กี่เดือน?, ฉีดโบท็อกซ์ หน้าผากกี่วันเห็นผล? และ ฉีดโบท็อกซ์ ลดกรามกี่วันเห็นผล? สำหรับผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ หลังรักษาจะเห็นผลชัดใน 2-3 วัน หรือช้าสุดภายใน 7 วัน ยกเว้นการรักษาเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวมน และการปรับรูปน่องจะเห็นผลในประมาณ 1 เดือน

ฉีดโบท็อกซ์อันตรายไหม?

โดยทั่วไปแล้ว การเติมโบท็อกซ์ถือว่าปลอดภัย ต้องอาศัยการมีเทคนิคการเติมที่ถูกต้อง ใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์แท้ ที่ผ่าน อย.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การเติมโบท็อกซ์อาจก่อให้เกิดอันตรายได้หาก

  • เติมโบท็อกซ์ปลอม หรือโบท็อกซ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • เติมโบท็อกซ์ในปริมาณที่มากเกินไป
  • เติมโบท็อกซ์บ่อยเกินไป

สรุปตารางข้อดีและข้อเสียของการเติมโบท็อกซ์

ข้อดี ข้อเสีย
1. ช่วยลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ริ้วรอยหางตา ริ้วรอยมุมปาก 1. ไม่ได้อยู่ถาวร หลังการเติมจะเริ่มเห็นผลลัพธ์และคงอยู่ได้ 3-4 เดือน
2. ใช้เวลาการรักษาไม่นาน 2. บางรายหลังเติมอาจจะเคี้ยวอาหารชนิดแข็งได้ยากขึ้น
3. ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต 3. มีโอกาสเกิดอันตรายหากเติมโบท็อกซ์ปลอม หรือโบท็อกซ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เติมโบท็อกซ์ในปริมาณที่มากเกินไป ฉีดโบท็อกบ่อยเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะกับคุณ

โบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ที่หลายคนเลือกใช้

แล้วเราจะเลือกโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี? ในปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อของโบท็อกซ์ ทั้งนี้ต้องให้แพทย์ผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและเลือกให้กับคนไข้เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ซึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยมก็มีหลากหลาย

  • Botulax จากประเทศเกาหลี ราคาคุ้มค่า ช่วยปรับให้กรามเล็กและหน้าวี บริเวณที่แนะนำทำตรงหน้าผาก ตีนกา ยกคิ้ว ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 4-6 เดือน* (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล)
  • Allergan เป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ช่วยลดรอยย่นระหว่างคิ้ว รอบดวงตา และรอยตีนกา ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-8 เดือน* (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล)
  • Pure Toxin จากประเทศเยอรมัน ที่เน้นให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา ตีนกา และปรับรูปหน้าเรียว ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 4-6 เดือน* (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล)

รวมรีวิวลูกค้าที่ไว้วางใจ ในบริการเติมโบท็อกซ์กับเรา

ยกกระชับระดับเอสคลาส ที่ AES CLASS CLINIC พร้อมดูแลคุณทั้งรักสวยและรักษาดูแลผิวพรรณ ให้คุณรักตัวเองอย่างมั่นใจขึ้น ด้วยแพทย์เปี่ยมประสบการณ์ และเครื่องมือมาตรฐานระดับ Gold Standard ปรึกษาปัญหาผิวฟรี! ได้ที่ LINE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เติมโบท็อกซ์

  • ฉีดโบท็อกซ์ห้ามกินอะไร

    สิ่งที่ห้ามรับประทานหลังฉีดโบท็อกซ์ มีทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้โบท็อกซ์ที่ฉีดสลายไปได้เร็วขึ้น, อาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง, อาหารที่มีรสเผ็ดจัด, อาหารที่ร้อนจัด เช่น ชาบู หมูกระทะ ปิ้งย่าง และอาหารที่เคี้ยวยาก ๆ เช่น หน่อไม้ เยลลี่ วุ้น ถั่วลิสง เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์ทำงานหนักขึ้น และทำให้โบท็อกอยู่ได้สั้นลง

  • ฉีดโบท็อกซ์ นอนตะแคงได้ไหม

    หลังฉีดโบท็อกซ์ ไม่ควรนอนราบหรือนอนตะแคง อย่างน้อย 4 ชั่วโมง เนื่องจากอาจทำให้โบท็อกที่ฉีดเข้าไปกระจายตัวไปยังจุดอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการได้ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า

  • โบท็อกซ์เริ่มเห็นผลกี่วัน

    หลังรักษาจะเห็นผลชัดใน 2-3 วัน หรือช้าสุดภายใน 7 วัน ยกเว้นการรักษาเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวมน และการปรับรูปน่องจะเห็นผลในประมาณ 1 เดือน

  • โบท็อกซ์ 100 ยูนิต ทําอะไรได้บ้าง

    โบท็อกซ์ 100 ยูนิต ปกติจะใช้ฉีดกราม หรือลดริ้วรอยทั่วหน้า ยกตัวอย่างในบางเคสที่กรามไม่เยอะ ริ้วรอยไม่มาก เป็นต้น

  • โบท็อกซ์ อยู่ได้นานแค่ไหน

    สำหรับผลลัพธ์ของโบท็อกซ์อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับปัญหาและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล) แต่หากรักษาอย่างต่อเนื่องทุกๆ 6 เดือน จะทำให้ผลชัดเจนและอยู่ได้นานขึ้น แต่ไม่ควรใช้บ่อยหรือถี่จนเกินไป

  • หลังฉีดโบท็อกซ์ไม่ควรทำอะไร

    หลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้แสงแดดหรือความร้อนจัด เป็นเวลา 2-4 สัปดาห์หลังฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยาสลายตัวเร็วขึ้นได้

  • โบท็อกซ์ห้ามฉีดตรงไหน

    บริเวณเหนือคิ้ว อาจทำให้คิ้วตกได้, บริเวณเปลือกตา เพราะอาจทำให้หนังตาตก หลับตาไม่สนิทได้ รวมไปถึงบริเวณโหนกแก้ม หน้าแก้ม ซึ่งก่อนการเข้ารักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการให้ออกแบบการรักษาที่เข้ากับปัญหาผิวของคนไข้มากที่สุด

  • อาการหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก มีอะไรบ้าง

    จะมีอาการตึงๆ บริเวณที่รักษา มักเกิดขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงแรกอาการเหล่านี้จะสามารถหายไปเองได้อย่างธรรมชาติ

  • ทำไมต้องเคี้ยวหมากฝรั่งหลังฉีดโบท็อกซ์

    ควรบริหารกล้ามเนื้อที่ฉีดด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกซ์ถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด

  • ฉีดโบท็อกซ์ ล้างหน้าได้ไหม

    สามารถล้างหน้าได้ หลังการรักษา 4 ชั่วโมง และสามารถทาครีม แต่งหน้าได้ในวันถัดไป

Treatment