AES CLASS Clinic logo

โบท็อกซ์รักแร้ ราคาเท่าไร ลดเหงื่อ-ลดกลิ่นจริงไหม อัปเดต 2024

จบปัญหาเสียความมั่นใจ เพราะเหงื่อออกเยอะ รักแร้เปียก มีกลิ่นตัวด้วย โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ นวัตกรรมที่เกิดมาเพื่อคนเหงื่อเยอะโดยเฉพาะ ใครที่กำลังเสียความมั่นใจ เพราะรักแร้เปียก มีกลิ่นตัว ทำหมดทุกวิธีที่รีวิวกันว่าดีก็ยังเอาไม่อยู่ ลองมาทำโบท็อกซ์รักแร้ ลดเหงื่อ โบท็อกซ์กลิ่นตัว ราคาดีที่สุดกับ AES CLASS CLINIC คลินิกเสริมความงามผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในไทย ไม่ว่าคุณจะมีเหงื่อเยอะแค่ไหนก็เอาอยู่ พร้อมอัปเดตทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโบท็อกซ์รักแร้  รีวิวโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ โบท็อกซ์รักแร้ ช่วยอะไร มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? ฉบับล่าสุด 2024

โบท็อกซ์รักแร้ คืออะไร ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

การฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ คือ การฉีดสาร Botulinum toxin A (โบทูลินัมท็อกซิน) หรือเรียกกันทั่วไปว่า สารโบท็อกซ์ ซึ่งเป็นสารที่สกัดจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) เข้าไปบริเวณรักแร้ 20-30 จุด เพื่อยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อและกลิ่นกายบริเวณใต้วงแขนให้ทำงานได้น้อยลง การฉีดโบท็อกซ์ ลดเหงื่อ ช่วยลดเหงื่อออกที่ใต้รักแร้ได้กว่า 80% หรือแทบไม่มีเลย ทำให้กลิ่นตัวลดลงด้วย

โบท็อกซ์รักแร้ โบท็อกซ์ ลดเหงื่อ ดีอย่างไร ช่วยเหงื่อ-ลดกลิ่นได้ยังไง?

สารโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปที่รักแร้ จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทอะซีทิลคอลีน (Acetylcholine) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการผลิตเหงื่อของร่างกาย ทำให้ปริมาณเหงื่อที่ออกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ลดลงกว่า 80% ต่อการฉีด 1 ครั้ง จะพบว่าเหงื่อลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือแทบไม่มีเลย ไม่เกิดการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้กลิ่นตัวลดลง ดังนั้น การทำโบท็อกซ์รักแร้จึงไตอบโจทย์คนที่มีปัญหาเหงื่อเยอะ หรือมีกลิ่นตัวแรงได้เป็นอย่างดี

อัปเดตโบท็อกซ์รักแร้ ราคาเท่าไหร่ โบท็อกซ์ลดเหงื่อ ราคาโปรโมชันสุดคุ้ม 2024

การทำโบท็อกซ์รักแร้ ราคาเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ใช้ และปริมาณที่ฉีดเป็นหลัก ซึ่งทาง AES CLASS CLINIC มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและพนักงานที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี คอยดูแลคุณตั้งแต่เริ่มเข้ามาใช้บริการ ให้คำปรึกษา ประเมินปัญหาสุขภาพผิว โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาโดยเฉพาะ พร้อมให้คำแนะนำ เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ตรงกับปัญหาผิวและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจทำโบท็อกซ์รักแร้ สามารถขอคำปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการได้ฟรี เพื่อเลือกแพ็กเกจการทำโบท็อกซ์รักแร้ ราคาเหมาะสมที่สุด โบท็อกซ์ลดเหงื่อ ราคาดีที่สุดที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

โบท็อกซ์กลิ่นตัว ราคาพิเศษสุด เฉพาะเดือนนี้ที่ AES CLASS CLINIC

โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้เหมาะกับใคร ตอบโจทย์ใครบ้าง?

การฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ เหมาะสำหรับผู้เสียความมั่นใจจากเหงื่อ ผู้มีปัญหาเหงื่อเยอะมากกว่าปกติ ผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัว หรือผู้เสียความมั่นใจจากเหงื่อ โดยการทำโบท็อกซ์รักแร้ ลดเหงื่อ เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถทำได้ทุกสภาพผิว เพราะการทำโบท็อกซ์รักแร้ หรือโบท็อกซ์จักแร้ มีความปลอดภัย ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเผชิญปัญหา ดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีเหงื่อออกเยอะมากเกินไป มีกลิ่นตัว จนกลายเป็นปัญหา 
  • ผู้ที่ไม่อยากให้รักแร้เปียกชุ่มจนเห็นเป็นวงบริเวณใต้แขนเสื้อ
  • ผู้ที่ต้องออกงานสังคมบ่อย ๆ ต้องการความมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้า
  • ผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ-ลดกลิ่นตัว
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์เร็ว
  • ผู้ที่กลัวเจ็บ กลัวการผ่าตัดต่อมเหงื่อที่รักแร้ 
  • ผู้ที่ไม่อยากมีรอยแผลเป็นที่รักแร้ 

โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ไม่เหมาะกับใครบ้าง?

สำหรับผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำโบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 
  • กลุ่มคนที่มีประวัติแพ้ง่าย 
  • กลุ่มที่มีอาการเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้เหมาะกับใคร ตอบโจทย์ใครบ้าง?

Asian girls are shaved.

ในส่วนของขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้นั้น จะมีแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน โดยใช้เวลาในการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ประมาณ 20-30 นาที 

  • แพทย์จะทำการประเมินและออกแบบการรักษาอย่างละเอียด เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงความต้องการของลูกค้า
  • พนักงานจะเริ่มทำความสะอาดผิวลูกค้าก่อนทำการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้
  • ประคบเย็น ฉีดยาชา หรือทายาชาที่รักแร้
  • เมื่อผิวรักแร้ชาแล้ว แพทย์จะทำการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินลงไปที่ผิวรักแร้ ตามปริมาณที่เหมาะสมทีละข้าง 

เมื่อทำการฉีดเสร็จ ลูกค้าจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงภายใน 1 สัปดาห์ โดยไม่ต้องพักฟื้น

การจะเลือกคลินิกฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ควรพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง?

การจะตัดสินใจเลือกคลีนิคฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ นอกจากค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีสิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจใช้บริการ ได้แก่

  • เลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข มีสาขาและที่อยู่ชัดเจน สะดวกในการติดต่อและใช้บริการ
  • มีการนัดหมาย เพื่อติดตามอาการหลังการทำการฉีดโบท็อกซ์รักแร้
  • มีแพทย์ผู้ชำนาญการประจำคลินิก
  • มีรีวิวผู้ใช้บริการจริง จากแหล่งเว็บไซต์รีวิวที่น่าเชื่อถือ นอกจากเว็บไซต์ของคลินิกเอง
  • ให้ข้อมูลทั้งคำปรึกษาจากแพทย์และความรู้ต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของคลินิก

โบท็อกซ์รักแร้ ที่ไหนดี ทำไมต้องที่ AES CLASS CLINIC

สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจากการเข้ารับบริการโบท็อกซ์รักแร้ที่ AES CLASS CLINIC  มีดังต่อไปนี้

  • บริการที่มากกว่าคำว่าประทับใจ ลูกค้าที่ใช้บริการจะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์ผู้ชำนาญการตั้งแต่เริ่มใช้บริการ-บริการหลังการรักษา 
  • สารโบท็อกซ์ที่คลินิกเลือกใช้มีความปลอดภัย ไม่อันตรายต่อร่างกาย ผ่านการรับการรับรองจาก US-FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • แพทย์ผู้ชำนาญการ ประจำคลินิกมีประสบการณ์ในการรักษาและดูแลด้านผิวหนังโดยเฉพาะ ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมทำการตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
  • เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนผ่านการอบรม มีความรู้-ความสามารถและประสบการณ์ด้านความงาม เพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
  • คลินิกมีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ผิวพรรณและความงามโดยเฉพาะมานานกว่า 35 ปี การันตีด้วยรางวัลหลายสาขา
  • เจ้าหน้าที่จะแจ้งค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอนก่อนเริ่มต้นให้บริการ ลูกค้าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยตัวเอง 
  • ใส่ใจประสิทธิภาพในการรักษาและประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอันดับ 1

สำหรับใครที่สนใจทำโบท็อกซ์รักแร้ ในราคาดีที่สุด กับ AES CLASS CLINIC ยินดีพร้อมให้บริการ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับคุณ ด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านและเครื่องมือมาตรฐานระดับ Gold Standard ปรึกษาปัญหาผิวได้ฟรี! ที่ LINE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกซ์รักแร้

  • การโบท็อกซ์รักแร้ ฉีดข้างละกี่ยู

    โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์ ลดเหงื่อ โบท็อกซ์รักแร้จะใช้ปริมาณโบท็อกซ์ข้างละ 50-100 ยูนิต ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ปริมาณเหงื่อมาก-น้อยไม่เท่ากัน ถ้ามีเหงื่อเยอะอาจจะต้องใช้โบท็อกซ์ปริมาณมากกว่าทั่วไป โดยจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ที่จะทำการตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อคำนวณปริมาณโบท็อกซ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว

  • ทำโบท็อกซ์รักแร้ ใช้เวลานานไหมกว่าจะเห็นผล?

    หลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้ จะสังเกตได้ว่าปริมาณเหงื่อจะเริ่มลดลงตั้งแต่ 1-3 วันแรก และค่อยเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 1 อาทิตย์ โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

  • ผลลัพธ์หลังการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ อยู่ได้นานแค่ไหน ?

    โดยทั่วผลลัพธ์การฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 เดือนครับ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

    • ปริมาณยูนิตที่ฉีด : ยูนิตที่ฉีดมาก ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นานขึ้น
    • การเผาผลาญของแต่ละบุคคล : คนที่มีการเผาผลาญเร็ว ยาจะสลายตัวเร็ว ผลลัพธ์อาจอยู่ได้สั้นลง
    • การดูแลตัวเองหลังทำโบท็อกซ์รักแร้ : การหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูกรักแร้แรง ๆ จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น 

    แต่ถ้าต้องการให้ผลลัพธ์ไว้ต่อเนื่อง สามารถฉีดซ้ำได้เรื่อย ๆ

  • โบท็อกซ์รักแร้ ควรทำกี่ครั้ง ต้องเว้นระยะห่างกี่วัน?

    โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ 1 ครั้ง จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 เดือน โดยลูกค้าสามารถฉีดซ้ำได้ เพื่อคงผลลัพธ์ไว้อย่างต่อเนื่อง ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดครั้งแรกอย่างน้อย 3-4 เดือน และไม่ควรเว้นระยะห่างเกิน 5-6 เดือน เพราะจะทำให้ต่อมเหงื่อกลับมาทำงานได้ปกติ ทำให้การฉีดครั้งต่อไปต้องเพิ่มปริมาณสารโบท็อกซ์มากขึ้น

  • ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้เจ็บไหม ?

    สำหรับคนที่กังวล กลัวเข็ม หรือกลัวว่าจะเจ็บจากการทำโบท็อกซ์รักแร้ ไม่ต้องกังวลไป เพราะทางคลินิกของเราจะทำการแปะยาชาให้ก่อน ดังนั้น ระหว่างทำการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ลูกค้าจะไม่รู้เจ็บแต่อย่างใด เมื่อฉีดเสร็จหรือยาชาหมดฤทธิ์ อาจรู้สึกตึง ๆ หรือปวดเล็กน้อย

  • ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ มีข้อดีอย่างไร?

    • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเป็น 
    • ช่วยลดปัญหากลิ่นใต้วงแขน 
    • ราคาไม่แพง 
    • ไม่ต้องเตรียมตัว 
    • หลังฉีดโบท็อกซ์จักแร้ ไม่ต้องพักฟื้น ทำแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย
  • โบท็อกซ์รักแร้ มีข้อเสียไหม?

    การทำโบท็อกซ์รักแร้ไม่มีข้อเสียแต่อย่างใด เพียงแค่การทำโบท็อกซ์รักแร้ ช่วยลดปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวได้ชั่วคราว โดยปกติหลังทำ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 – 5 เดือน หลังจากนั้นสามารถทำโบท็อกซ์ต่ออีกได้ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ชำนาญการออกแบบและประเมินการรักษาด้วย

  • ก่อนทำโบท็อกซ์รักแร้ ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

    • ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์รักแร้อย่างละเอียด และใช้บริการกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน 
    • ควรงดยาและวิตามินบางชนิด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น ยาแอสไพริน, NSAIDs และวิตามิน Ginkgo Biloba, Primrose Oil และ Vitamin E เป็นต้น
    • งดยาผลัดเซลล์ผิว โกน แวกซ์ขนรักแร้ ก่อนทำการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ 
    • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ
  • หลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้ ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

    • ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณ 1.5-2 ลิตร หลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้ เพื่อคงสภาพการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ให้นานที่สุด 
    • หลังรักษาทันทีไม่ควรจับหรือนวดบริเวณที่รักษา เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของยา
    • หลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ 4 ชั่วโมง ไม่ควรนอนราบหรือนอนตะแคง เพราะยาอาจเคลื่อนจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้
  • ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้

    • ห้ามแกะ เกา นวด บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์ 
    • งดใช้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ-ลดกลิ่นตัว 1 วัน หลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้
    • งดทำทรีตเมนต์บริเวณรักแร้ เลเซอร์รักแร้ 2 สัปดาห์
    • งดอบซาวน่า อบตัว หลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ 2 สัปดาห์
    • หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง 2 สัปดาห์ 
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 2 สัปดาห์

โบท็อกซ์รักแร้จบปัญหารักแร้เปียก กลิ่นแรงแค่ไหนก็เอาอยู่ได้ด้วยโบท็อกซ์รักแร้ ลดเหงื่อ โบท็อกซ์กลิ่นตัว ราคาเท่าไร โบท็อกซ์รักแร้ ที่ไหนดี มีข้อดี-ข้อเสียยังไง?

โบท็อกซ์รักแร้ ราคาเท่าไร ลดเหงื่อ-ลดกลิ่นจริงไหม อัปเดต 2024

จบปัญหาเสียความมั่นใจ เพราะเหงื่อออกเยอะ รักแร้เปียก มีกลิ่นตัวด้วย โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ นวัตกรรมที่เกิดมาเพื่อคนเหงื่อเยอะโดยเฉพาะ ใครที่กำลังเสียความมั่นใจ เพราะรักแร้เปียก มีกลิ่นตัว ทำหมดทุกวิธีที่รีวิวกันว่าดีก็ยังเอาไม่อยู่ ลองมาทำโบท็อกซ์รักแร้ ลดเหงื่อ โบท็อกซ์กลิ่นตัว ราคาดีที่สุดกับ AES CLASS CLINIC คลินิกเสริมความงามผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในไทย ไม่ว่าคุณจะมีเหงื่อเยอะแค่ไหนก็เอาอยู่ พร้อมอัปเดตทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโบท็อกซ์รักแร้  รีวิวโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ โบท็อกซ์รักแร้ ช่วยอะไร มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? ฉบับล่าสุด 2024

โบท็อกซ์รักแร้ คืออะไร ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

การฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ คือ การฉีดสาร Botulinum toxin A (โบทูลินัมท็อกซิน) หรือเรียกกันทั่วไปว่า สารโบท็อกซ์ ซึ่งเป็นสารที่สกัดจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) เข้าไปบริเวณรักแร้ 20-30 จุด เพื่อยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อและกลิ่นกายบริเวณใต้วงแขนให้ทำงานได้น้อยลง การฉีดโบท็อกซ์ ลดเหงื่อ ช่วยลดเหงื่อออกที่ใต้รักแร้ได้กว่า 80% หรือแทบไม่มีเลย ทำให้กลิ่นตัวลดลงด้วย

โบท็อกซ์รักแร้ โบท็อกซ์ ลดเหงื่อ ดีอย่างไร ช่วยเหงื่อ-ลดกลิ่นได้ยังไง?

สารโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปที่รักแร้ จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทอะซีทิลคอลีน (Acetylcholine) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการผลิตเหงื่อของร่างกาย ทำให้ปริมาณเหงื่อที่ออกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ลดลงกว่า 80% ต่อการฉีด 1 ครั้ง จะพบว่าเหงื่อลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือแทบไม่มีเลย ไม่เกิดการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้กลิ่นตัวลดลง ดังนั้น การทำโบท็อกซ์รักแร้จึงไตอบโจทย์คนที่มีปัญหาเหงื่อเยอะ หรือมีกลิ่นตัวแรงได้เป็นอย่างดี

อัปเดตโบท็อกซ์รักแร้ ราคาเท่าไหร่ โบท็อกซ์ลดเหงื่อ ราคาโปรโมชันสุดคุ้ม 2024

การทำโบท็อกซ์รักแร้ ราคาเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ใช้ และปริมาณที่ฉีดเป็นหลัก ซึ่งทาง AES CLASS CLINIC มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและพนักงานที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี คอยดูแลคุณตั้งแต่เริ่มเข้ามาใช้บริการ ให้คำปรึกษา ประเมินปัญหาสุขภาพผิว โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาโดยเฉพาะ พร้อมให้คำแนะนำ เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ตรงกับปัญหาผิวและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจทำโบท็อกซ์รักแร้ สามารถขอคำปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการได้ฟรี เพื่อเลือกแพ็กเกจการทำโบท็อกซ์รักแร้ ราคาเหมาะสมที่สุด โบท็อกซ์ลดเหงื่อ ราคาดีที่สุดที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

โบท็อกซ์กลิ่นตัว ราคาพิเศษสุด เฉพาะเดือนนี้ที่ AES CLASS CLINIC

โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้เหมาะกับใคร ตอบโจทย์ใครบ้าง?

การฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ เหมาะสำหรับผู้เสียความมั่นใจจากเหงื่อ ผู้มีปัญหาเหงื่อเยอะมากกว่าปกติ ผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัว หรือผู้เสียความมั่นใจจากเหงื่อ โดยการทำโบท็อกซ์รักแร้ ลดเหงื่อ เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถทำได้ทุกสภาพผิว เพราะการทำโบท็อกซ์รักแร้ หรือโบท็อกซ์จักแร้ มีความปลอดภัย ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเผชิญปัญหา ดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีเหงื่อออกเยอะมากเกินไป มีกลิ่นตัว จนกลายเป็นปัญหา 
  • ผู้ที่ไม่อยากให้รักแร้เปียกชุ่มจนเห็นเป็นวงบริเวณใต้แขนเสื้อ
  • ผู้ที่ต้องออกงานสังคมบ่อย ๆ ต้องการความมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้า
  • ผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ-ลดกลิ่นตัว
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์เร็ว
  • ผู้ที่กลัวเจ็บ กลัวการผ่าตัดต่อมเหงื่อที่รักแร้ 
  • ผู้ที่ไม่อยากมีรอยแผลเป็นที่รักแร้ 

โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ไม่เหมาะกับใครบ้าง?

สำหรับผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำโบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 
  • กลุ่มคนที่มีประวัติแพ้ง่าย 
  • กลุ่มที่มีอาการเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โบท็อกซ์รักแร้ ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้เหมาะกับใคร ตอบโจทย์ใครบ้าง?

Asian girls are shaved.

ในส่วนของขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้นั้น จะมีแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน โดยใช้เวลาในการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ประมาณ 20-30 นาที 

  • แพทย์จะทำการประเมินและออกแบบการรักษาอย่างละเอียด เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงความต้องการของลูกค้า
  • พนักงานจะเริ่มทำความสะอาดผิวลูกค้าก่อนทำการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้
  • ประคบเย็น ฉีดยาชา หรือทายาชาที่รักแร้
  • เมื่อผิวรักแร้ชาแล้ว แพทย์จะทำการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินลงไปที่ผิวรักแร้ ตามปริมาณที่เหมาะสมทีละข้าง 

เมื่อทำการฉีดเสร็จ ลูกค้าจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงภายใน 1 สัปดาห์ โดยไม่ต้องพักฟื้น

การจะเลือกคลินิกฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ควรพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง?

การจะตัดสินใจเลือกคลีนิคฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ นอกจากค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีสิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจใช้บริการ ได้แก่

  • เลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข มีสาขาและที่อยู่ชัดเจน สะดวกในการติดต่อและใช้บริการ
  • มีการนัดหมาย เพื่อติดตามอาการหลังการทำการฉีดโบท็อกซ์รักแร้
  • มีแพทย์ผู้ชำนาญการประจำคลินิก
  • มีรีวิวผู้ใช้บริการจริง จากแหล่งเว็บไซต์รีวิวที่น่าเชื่อถือ นอกจากเว็บไซต์ของคลินิกเอง
  • ให้ข้อมูลทั้งคำปรึกษาจากแพทย์และความรู้ต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของคลินิก

โบท็อกซ์รักแร้ ที่ไหนดี ทำไมต้องที่ AES CLASS CLINIC

สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจากการเข้ารับบริการโบท็อกซ์รักแร้ที่ AES CLASS CLINIC  มีดังต่อไปนี้

  • บริการที่มากกว่าคำว่าประทับใจ ลูกค้าที่ใช้บริการจะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์ผู้ชำนาญการตั้งแต่เริ่มใช้บริการ-บริการหลังการรักษา 
  • สารโบท็อกซ์ที่คลินิกเลือกใช้มีความปลอดภัย ไม่อันตรายต่อร่างกาย ผ่านการรับการรับรองจาก US-FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • แพทย์ผู้ชำนาญการ ประจำคลินิกมีประสบการณ์ในการรักษาและดูแลด้านผิวหนังโดยเฉพาะ ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมทำการตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
  • เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนผ่านการอบรม มีความรู้-ความสามารถและประสบการณ์ด้านความงาม เพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
  • คลินิกมีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ผิวพรรณและความงามโดยเฉพาะมานานกว่า 35 ปี การันตีด้วยรางวัลหลายสาขา
  • เจ้าหน้าที่จะแจ้งค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอนก่อนเริ่มต้นให้บริการ ลูกค้าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยตัวเอง 
  • ใส่ใจประสิทธิภาพในการรักษาและประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอันดับ 1

สำหรับใครที่สนใจทำโบท็อกซ์รักแร้ ในราคาดีที่สุด กับ AES CLASS CLINIC ยินดีพร้อมให้บริการ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับคุณ ด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านและเครื่องมือมาตรฐานระดับ Gold Standard ปรึกษาปัญหาผิวได้ฟรี! ที่ LINE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกซ์รักแร้

  • การโบท็อกซ์รักแร้ ฉีดข้างละกี่ยู

    โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์ ลดเหงื่อ โบท็อกซ์รักแร้จะใช้ปริมาณโบท็อกซ์ข้างละ 50-100 ยูนิต ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ปริมาณเหงื่อมาก-น้อยไม่เท่ากัน ถ้ามีเหงื่อเยอะอาจจะต้องใช้โบท็อกซ์ปริมาณมากกว่าทั่วไป โดยจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ที่จะทำการตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อคำนวณปริมาณโบท็อกซ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว

  • ทำโบท็อกซ์รักแร้ ใช้เวลานานไหมกว่าจะเห็นผล?

    หลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้ จะสังเกตได้ว่าปริมาณเหงื่อจะเริ่มลดลงตั้งแต่ 1-3 วันแรก และค่อยเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 1 อาทิตย์ โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

  • ผลลัพธ์หลังการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ อยู่ได้นานแค่ไหน ?

    โดยทั่วผลลัพธ์การฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 เดือนครับ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

    • ปริมาณยูนิตที่ฉีด : ยูนิตที่ฉีดมาก ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นานขึ้น
    • การเผาผลาญของแต่ละบุคคล : คนที่มีการเผาผลาญเร็ว ยาจะสลายตัวเร็ว ผลลัพธ์อาจอยู่ได้สั้นลง
    • การดูแลตัวเองหลังทำโบท็อกซ์รักแร้ : การหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูกรักแร้แรง ๆ จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น 

    แต่ถ้าต้องการให้ผลลัพธ์ไว้ต่อเนื่อง สามารถฉีดซ้ำได้เรื่อย ๆ

  • โบท็อกซ์รักแร้ ควรทำกี่ครั้ง ต้องเว้นระยะห่างกี่วัน?

    โดยทั่วไปการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ 1 ครั้ง จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 เดือน โดยลูกค้าสามารถฉีดซ้ำได้ เพื่อคงผลลัพธ์ไว้อย่างต่อเนื่อง ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดครั้งแรกอย่างน้อย 3-4 เดือน และไม่ควรเว้นระยะห่างเกิน 5-6 เดือน เพราะจะทำให้ต่อมเหงื่อกลับมาทำงานได้ปกติ ทำให้การฉีดครั้งต่อไปต้องเพิ่มปริมาณสารโบท็อกซ์มากขึ้น

  • ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้เจ็บไหม ?

    สำหรับคนที่กังวล กลัวเข็ม หรือกลัวว่าจะเจ็บจากการทำโบท็อกซ์รักแร้ ไม่ต้องกังวลไป เพราะทางคลินิกของเราจะทำการแปะยาชาให้ก่อน ดังนั้น ระหว่างทำการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ ลูกค้าจะไม่รู้เจ็บแต่อย่างใด เมื่อฉีดเสร็จหรือยาชาหมดฤทธิ์ อาจรู้สึกตึง ๆ หรือปวดเล็กน้อย

  • ฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ มีข้อดีอย่างไร?

    • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเป็น 
    • ช่วยลดปัญหากลิ่นใต้วงแขน 
    • ราคาไม่แพง 
    • ไม่ต้องเตรียมตัว 
    • หลังฉีดโบท็อกซ์จักแร้ ไม่ต้องพักฟื้น ทำแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย
  • โบท็อกซ์รักแร้ มีข้อเสียไหม?

    การทำโบท็อกซ์รักแร้ไม่มีข้อเสียแต่อย่างใด เพียงแค่การทำโบท็อกซ์รักแร้ ช่วยลดปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวได้ชั่วคราว โดยปกติหลังทำ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 – 5 เดือน หลังจากนั้นสามารถทำโบท็อกซ์ต่ออีกได้ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ชำนาญการออกแบบและประเมินการรักษาด้วย

  • ก่อนทำโบท็อกซ์รักแร้ ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

    • ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์รักแร้อย่างละเอียด และใช้บริการกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน 
    • ควรงดยาและวิตามินบางชนิด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น ยาแอสไพริน, NSAIDs และวิตามิน Ginkgo Biloba, Primrose Oil และ Vitamin E เป็นต้น
    • งดยาผลัดเซลล์ผิว โกน แวกซ์ขนรักแร้ ก่อนทำการฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ 
    • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ
  • หลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้ ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

    • ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณ 1.5-2 ลิตร หลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้ เพื่อคงสภาพการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ให้นานที่สุด 
    • หลังรักษาทันทีไม่ควรจับหรือนวดบริเวณที่รักษา เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของยา
    • หลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ 4 ชั่วโมง ไม่ควรนอนราบหรือนอนตะแคง เพราะยาอาจเคลื่อนจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้
  • ข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้

    • ห้ามแกะ เกา นวด บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์ 
    • งดใช้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ-ลดกลิ่นตัว 1 วัน หลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้
    • งดทำทรีตเมนต์บริเวณรักแร้ เลเซอร์รักแร้ 2 สัปดาห์
    • งดอบซาวน่า อบตัว หลังฉีดโบท็อกซ์ รักแร้ 2 สัปดาห์
    • หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง 2 สัปดาห์ 
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 2 สัปดาห์

Before & After

แพทย์มากประสบการณ์

พญ. เพียงจันทร์ พลจันทร

ทำงานด้านคลินิกเสริมความงามมากกว่า 10  ปี

 

ดูแพทย์ทั้งหมด

Promotions