Radiesse คืออะไร แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร สามารถลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูให้ผิวเด็กลงจริงไหม!

ริ้วรอย ปัญหาที่กวนใจใครหลายคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ไม่อยากมีริ้วรอยบนใบหน้า ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วย Radiesse สารเติมเต็มที่ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้เต็มขึ้น ใบหน้าดูเต่งตึง กระชับ แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรง ใช้เวลารักษาเพียง 30-40 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังการรักษา

ทำความรู้จักกับ Radiesse คืออะไร

Radiesse หรือ เรเดียส เป็นสารเติมเต็มที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ทำหน้าที่เป็นโครงตาข่ายรองรับคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ เพื่อให้ผิวที่มีปัญหาหนัก ๆ กลับดูมีชีวิตชีวา เรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอ และใบหน้าดูเต่งตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมบำรุงผิวพรรณของคนวัยกลางคนที่ได้รับความนิยมแห่งยุค!

ให้แพทย์ออกแบบการรักษาเฉพาะคุณ!

Radiesse แตกต่างจาก ฟิลเลอร์ ทั่วไปอย่างไร

Radiesse และ ฟิลเลอร์ ต่างก็เป็นสารเติมเต็มที่ใช้เติมเพื่อปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย แต่ทั้งสองชนิดก็มีความต่างกันอยู่บ้างดังนี้

ส่วนประกอบ : Radiesse มีส่วนประกอบหลักเป็นแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในกระดูกและฟัน ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในผิวหนังตามธรรมชาติ

หลักการทำงาน : Radiesse ทำงานโดยการเติมเต็มร่องลึก ช่วยปรับรูปหน้าทันที และเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้กับร่างกายในระยะยาว ส่วนหลักการทำงานของฟิลเลอร์ คือ การเติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้าเท่านั้น

ระยะเวลาการคงอยู่ : Radiesse อยู่ได้นาน 1-2 ปี ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

Radiesse สารกระตุ้นคอลลาเจน มีหลักการทำงานอย่างไร

กลไกการทำงานของ Radiesse ของสารกระตุ้นคอลลาเจน เริ่มจากเมื่อเติม Radiesse เข้าไปใต้ผิวหนัง แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA) ที่เป็นองค์ประกอบหลักของ Radiesse ทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Extracellular Matrix (ECM) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นโครงตาข่าย 3 มิติ (3D Matrix) ใต้ผิวหนังแท้ ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพไป แถมยังกระตุ้นให้เกิดการสร้างอีลาสตินในชั้นผิวสูงถึง 260%

  • กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Collagen Type I สูงถึง 150%
  • กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Collagen Type III สูงถึง 130%
  • กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Elastin สูงถึง 260%
  • เพิ่มปริมาณ Proteoglycan ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับผิว ทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื้น
  • กระตุ้น Angiogenesis ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่

จุดเด่นที่น่าสนใจของการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าด้วย Radiesse

Radiesse เป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายดังนี้

  • ช่วยเติมเต็มร่องลึกได้หลากหลายระดับ สามารถเติมได้ทั่วใบหน้า และบริเวณมือ
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพไป
  • เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว ทำให้มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา
  • ตัว Radiesse ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ UE FDA , US FAD , THAI FDA มีงานวิจัยมากกว่า 245 Publications
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

การเติม Radiesse เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ไร้ชีวิตชีวา มีรูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องแก้มลึก แก้มย้อย ผิวหนังไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวดูมีอายุ ผิวไม่กระชับ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวเหี่ยวย่นบริเวณ คอ รวมถึงเนินอกสำหรับผู้หญิง

ทำไมถึงต้องกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการเติม Radiesse

ริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย ล้วนเป็นสัญญาณของคนที่อายุ โดยเฉพาะวัยกลางคน ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเจอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย Radiesse นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ที่กำลังเจอปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น

ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการเติม Radiesse

ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการเติม Radiesse ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยตำแหน่งที่ได้รับความนิยม ได้แก่

ร่องแก้ม เมื่ออายุมากขึ้น ร่องแก้มจะลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าจึงดูมีอายุ การเติม Radiesse บริเวณร่องแก้มจะช่วยเติมเต็มร่องให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ร่องน้ำหมาก สำหรับบางคนที่มีร่องน้ำหมากที่เห็นชัด จะทำให้ใบหน้าดูมีอายุ การเติม Radiesse บริเวณร่องน้ำหมากจะเติมเต็มส่วนร่องให้ตื้นขึ้น เพื่อความกระชับมากขึ้น
หน้าแก้ม เป็นบริเวณที่มักจะขาดวอลลุ่ม เมื่ออายุมากขึ้น การเติม Radiesse บริเวณหน้าแก้มจะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้หน้าแก้มดูเต็มขึ้น ไม่เหี่ยวย่น
กรอบหน้า  การเติม Radiesse บริเวณกรอบหน้าจะช่วยทำให้กรอบหน้าคมชัดยิ่งขึ้น สามารถทำให้ใบหน้ากระชับขึ้นและดูเด็กลง
ขมับ  ขมับตอบเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคน ทำให้ใบหน้าดูเศร้าหมองในบางมุมมอง การเติม Radiesse บริเวณขมับจะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้กับขมับ ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น สดใสขึ้น และดูอ่อนเยาว์ลง
ร่องคาง ร่องคางที่ดูไม่เต็มทำให้ใบหน้า ดูมีอายุกว่าวัย การเติม Radiesse บริเวณร่องคางจะช่วยเติมเต็มร่องคาง ทำให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น
หลังมือ เมื่อเริ่มมีอายุ บริเวณหลังมืออาจมีรอยเหี่ยวย่นลงได้ การเติม Radiesse สามารถเติมเต็มร่องลึกด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้หลังมือเรียบเนียนขึ้น

ปรึกษาแพทย์ว่าคุณเหมาะกับ Radiesse หรือไม่?

AES CLASS CLINIC

การดูแลตัวเองหลังเติม Radiesse

  1. ประคบเย็นบริเวณที่เติมวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที เพื่อลดอาการบวมช้ำ ห้ามประคบร้อนเด็ดขาด
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่เติมอย่างรุนแรง รวมถึงความร้อน โดยเฉพาะการอาบน้ำร้อน หรือโดนแสงแดดจัดเป็นเวลา 1-3 วัน
  3. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีขึ้น
  4. ช่วง 1 สัปดาห์แรกหากมีอาการปวดให้ทานพาราเซตามอล หลีกเลี่ยงยากลุ่มแอสไพริน หรือ NSAID
  5. หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ปวดหัว หน้าชา ควรปรึกษาแพทย์หรือพนักงานในทันที
  6. หากสังเกตเห็นก้อนหรือตุ่มบริเวณที่เติม ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพนักงานในทันที
  7. โดยปกติหลังทำการรักษาจะไม่มีอาการข้างเคียงอาการใด ๆ แต่ในบางรายอาจจะระบมเล็กน้อย / ส่วนมากไม่มีอาการแดง / อาการบวมอาจจะพบได้ในคนที่ผิวอ่อนไหวง่าย หลังจากนั้นจะหายไปได้เองภายใน 3-10 วัน

หลังจากเติม Radiesse จะเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่

โดยทั่วไปผลลัพธ์หลังจากเติมแล้วจะเห็นอยู่ 2 ช่วงหลักคือ

  1. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทันทีหลังเติม: เมื่อกระบวนการเติมดูแลผิวจากหมอเสร็จสิ้นแล้ว คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวได้รับการยกกระชับมากขึ้น ร่องลึกและริ้วรอยดูจางลง ผิวจะดูเรียบเนียนและอวบอิ่มขึ้นในทันที
  2. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในระยะยาว: จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นหลังจากการเติม 3-4 สัปดาห์ เนื่องจาก CaHA จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวหนัง เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวก็จะดูเต่งตึง กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น ผลลัพธ์ในช่วงนี้จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เมื่อเติม Radiesse แล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยปกติแล้ว Radiesse จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่ง ปริมาณ สภาพผิวของแต่ละบุคคล และการดูแลตัวเองหลังจากเติม ซึ่งอย่างที่กล่าวไปเมื่อถึงเวลา 1-2 ปี Radiesse จะเริ่มสลายตัวตามธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จะค่อย ๆ ลดลงไป ผู้ที่ต้องการคงผลลัพธ์ให้คงอยู่ เมื่อใกล้ถึงเวลาสามารถกลับมาเติมซ้ำได้เลย

เติม Radiesse ราคาสุดคุ้มจาก AES CLASS CLINIC

ยกกระชับระดับเอสคลาส ที่ AES CLASS CLINIC พร้อมดูแลคุณทั้งรักสวยและรักษาดูแลผิวพรรณ ให้คุณรักตัวเองอย่างมั่นใจขึ้น ด้วยแพทย์เปี่ยมประสบการณ์ และเครื่องมือมาตรฐานระดับ Gold Standard ปรึกษาปัญหาผิวฟรี! ได้ที่ LINE

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Radiesse

  • Radiesse อ่านว่าอย่างไร

    หลายคนมีความสงสัยว่าโปรแกรม Radiesse อ่านว่าอย่างไร เนื่องจากเป็นบริการใหม่ที่หลายคนยังไม่คุ้นชินกับผลิตภัณฑ์ ซึ่ง Radiesse อ่านเป็นภาษาไทยว่า เร-เดียส

  • Radiesse vs Sculptra ต่างกันยังไง

    Radiesse และ Sculptra สองตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเติมเต็มร่องลึก เติมความอิ่มฟู และยกกระชับใบหน้า ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านของต่างกันที่องค์ประกอบ Radiesse ทำจากแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่พบในกระดูกและฟัน สามารถย่อยสลายได้เอง ส่วน Sculptra ทำจากกรดแลคติกพอลิเมอร์ (PLLA) ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้เองเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณที่สุด

  • ต้นกำเนิด Radiesse ผลิตจากประเทศอะไร

    Radiesse พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Merz Pharmaceuticals ในประเทศเยอรมนี ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2004 มีงานวิจัยรองรับมากกว่า 245 ฉบับ มีการขายมากกว่า 85 ประเทศทั่วโลก

  • การเติม Radiesse เหมาะกับใคร

    การเติม Radiesse เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีร่องลึกบริเวณใบหน้า หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าไม่กระชับ ไม่เรียบเนียน

  • เลือกเติม Radiesse ดีไหม

    Radiesse เป็นสารเติมเต็มผิวหนังที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการเพิ่มวอลลุ่มและยกกระชับผิว ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้วจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 2-4 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 1-2 ปี

  • หากเติม Radiesse กี่วันเห็นผล

    หลังจากเติม Radiesse จะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จ และผลลัพธ์จะเริ่มชัดที่สุดใน 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล

  • Radiesse ฉีดตรงไหน ได้บ้าง

    Radiesse สามารถเติมได้ทั่วบริเวณใบหน้า และบริเวณหลังมือ โดยจุดที่นิยมเติมได้แก่ ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, หน้าแก้ม, กรอบหน้า, ขมับ, ร่องคาง และหลังมือ เป็นต้น

  • Radiesse ฟิลเลอร์ คืออะไร

    Radiesse ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ทำหน้าที่เป็นโครงตาข่ายรองรับคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์

  • Radiesse อยู่ได้นานไหม

    หลังฉีด Radiesse จะเห็นผลลัพธ์ในทันทีหลังฉีด และจะคงผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสุขภาพผิวและการดูแลตัวเองที่เหมาะสมของแต่ละคน ซึ่งหากใครต้องการคงผลลัพธ์ให้คงอยู่ สามารถกลับมาเติมซ้ำได้เลย

  • Radiesse 1 กล่อง มีกี่ CC

    1 กล่องจะมี 1 ไซริงค์ ซึ่งจะเท่ากับ 1.5 CC

Radiesse คืออะไร แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร สามารถลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูให้ผิวเด็กลงจริงไหม!

ริ้วรอย ปัญหาที่กวนใจใครหลายคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ไม่อยากมีริ้วรอยบนใบหน้า ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วย Radiesse สารเติมเต็มที่ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้เต็มขึ้น ใบหน้าดูเต่งตึง กระชับ แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรง ใช้เวลารักษาเพียง 30-40 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังการรักษา

ทำความรู้จักกับ Radiesse คืออะไร

Radiesse หรือ เรเดียส เป็นสารเติมเต็มที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ทำหน้าที่เป็นโครงตาข่ายรองรับคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ เพื่อให้ผิวที่มีปัญหาหนัก ๆ กลับดูมีชีวิตชีวา เรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้น ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอ และใบหน้าดูเต่งตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมบำรุงผิวพรรณของคนวัยกลางคนที่ได้รับความนิยมแห่งยุค!

ให้แพทย์ออกแบบการรักษาเฉพาะคุณ!

Radiesse แตกต่างจาก ฟิลเลอร์ ทั่วไปอย่างไร

Radiesse และ ฟิลเลอร์ ต่างก็เป็นสารเติมเต็มที่ใช้เติมเพื่อปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย แต่ทั้งสองชนิดก็มีความต่างกันอยู่บ้างดังนี้

ส่วนประกอบ : Radiesse มีส่วนประกอบหลักเป็นแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในกระดูกและฟัน ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในผิวหนังตามธรรมชาติ

หลักการทำงาน : Radiesse ทำงานโดยการเติมเต็มร่องลึก ช่วยปรับรูปหน้าทันที และเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้กับร่างกายในระยะยาว ส่วนหลักการทำงานของฟิลเลอร์ คือ การเติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้าเท่านั้น

ระยะเวลาการคงอยู่ : Radiesse อยู่ได้นาน 1-2 ปี ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

Radiesse สารกระตุ้นคอลลาเจน มีหลักการทำงานอย่างไร

กลไกการทำงานของ Radiesse ของสารกระตุ้นคอลลาเจน เริ่มจากเมื่อเติม Radiesse เข้าไปใต้ผิวหนัง แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA) ที่เป็นองค์ประกอบหลักของ Radiesse ทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Extracellular Matrix (ECM) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นโครงตาข่าย 3 มิติ (3D Matrix) ใต้ผิวหนังแท้ ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพไป แถมยังกระตุ้นให้เกิดการสร้างอีลาสตินในชั้นผิวสูงถึง 260%

  • กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Collagen Type I สูงถึง 150%
  • กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Collagen Type III สูงถึง 130%
  • กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Elastin สูงถึง 260%
  • เพิ่มปริมาณ Proteoglycan ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับผิว ทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื้น
  • กระตุ้น Angiogenesis ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่

จุดเด่นที่น่าสนใจของการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าด้วย Radiesse

Radiesse เป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายดังนี้

  • ช่วยเติมเต็มร่องลึกได้หลากหลายระดับ สามารถเติมได้ทั่วใบหน้า และบริเวณมือ
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพไป
  • เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว ทำให้มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา
  • ตัว Radiesse ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ UE FDA , US FAD , THAI FDA มีงานวิจัยมากกว่า 245 Publications
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

การเติม Radiesse เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ไร้ชีวิตชีวา มีรูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องแก้มลึก แก้มย้อย ผิวหนังไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวดูมีอายุ ผิวไม่กระชับ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวเหี่ยวย่นบริเวณ คอ รวมถึงเนินอกสำหรับผู้หญิง

ทำไมถึงต้องกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการเติม Radiesse

ริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย ล้วนเป็นสัญญาณของคนที่อายุ โดยเฉพาะวัยกลางคน ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเจอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย Radiesse นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ที่กำลังเจอปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น

ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการเติม Radiesse

ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการเติม Radiesse ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยตำแหน่งที่ได้รับความนิยม ได้แก่

ร่องแก้ม เมื่ออายุมากขึ้น ร่องแก้มจะลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าจึงดูมีอายุ การเติม Radiesse บริเวณร่องแก้มจะช่วยเติมเต็มร่องให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ร่องน้ำหมาก สำหรับบางคนที่มีร่องน้ำหมากที่เห็นชัด จะทำให้ใบหน้าดูมีอายุ การเติม Radiesse บริเวณร่องน้ำหมากจะเติมเต็มส่วนร่องให้ตื้นขึ้น เพื่อความกระชับมากขึ้น
หน้าแก้ม เป็นบริเวณที่มักจะขาดวอลลุ่ม เมื่ออายุมากขึ้น การเติม Radiesse บริเวณหน้าแก้มจะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้หน้าแก้มดูเต็มขึ้น ไม่เหี่ยวย่น
กรอบหน้า  การเติม Radiesse บริเวณกรอบหน้าจะช่วยทำให้กรอบหน้าคมชัดยิ่งขึ้น สามารถทำให้ใบหน้ากระชับขึ้นและดูเด็กลง
ขมับ  ขมับตอบเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคน ทำให้ใบหน้าดูเศร้าหมองในบางมุมมอง การเติม Radiesse บริเวณขมับจะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้กับขมับ ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น สดใสขึ้น และดูอ่อนเยาว์ลง
ร่องคาง ร่องคางที่ดูไม่เต็มทำให้ใบหน้า ดูมีอายุกว่าวัย การเติม Radiesse บริเวณร่องคางจะช่วยเติมเต็มร่องคาง ทำให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น
หลังมือ เมื่อเริ่มมีอายุ บริเวณหลังมืออาจมีรอยเหี่ยวย่นลงได้ การเติม Radiesse สามารถเติมเต็มร่องลึกด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้หลังมือเรียบเนียนขึ้น

ปรึกษาแพทย์ว่าคุณเหมาะกับ Radiesse หรือไม่?

AES CLASS CLINIC

การดูแลตัวเองหลังเติม Radiesse

  1. ประคบเย็นบริเวณที่เติมวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที เพื่อลดอาการบวมช้ำ ห้ามประคบร้อนเด็ดขาด
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่เติมอย่างรุนแรง รวมถึงความร้อน โดยเฉพาะการอาบน้ำร้อน หรือโดนแสงแดดจัดเป็นเวลา 1-3 วัน
  3. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีขึ้น
  4. ช่วง 1 สัปดาห์แรกหากมีอาการปวดให้ทานพาราเซตามอล หลีกเลี่ยงยากลุ่มแอสไพริน หรือ NSAID
  5. หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ปวดหัว หน้าชา ควรปรึกษาแพทย์หรือพนักงานในทันที
  6. หากสังเกตเห็นก้อนหรือตุ่มบริเวณที่เติม ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพนักงานในทันที
  7. โดยปกติหลังทำการรักษาจะไม่มีอาการข้างเคียงอาการใด ๆ แต่ในบางรายอาจจะระบมเล็กน้อย / ส่วนมากไม่มีอาการแดง / อาการบวมอาจจะพบได้ในคนที่ผิวอ่อนไหวง่าย หลังจากนั้นจะหายไปได้เองภายใน 3-10 วัน

หลังจากเติม Radiesse จะเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่

โดยทั่วไปผลลัพธ์หลังจากเติมแล้วจะเห็นอยู่ 2 ช่วงหลักคือ

  1. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทันทีหลังเติม: เมื่อกระบวนการเติมดูแลผิวจากหมอเสร็จสิ้นแล้ว คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวได้รับการยกกระชับมากขึ้น ร่องลึกและริ้วรอยดูจางลง ผิวจะดูเรียบเนียนและอวบอิ่มขึ้นในทันที
  2. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในระยะยาว: จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นหลังจากการเติม 3-4 สัปดาห์ เนื่องจาก CaHA จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวหนัง เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวก็จะดูเต่งตึง กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น ผลลัพธ์ในช่วงนี้จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เมื่อเติม Radiesse แล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยปกติแล้ว Radiesse จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่ง ปริมาณ สภาพผิวของแต่ละบุคคล และการดูแลตัวเองหลังจากเติม ซึ่งอย่างที่กล่าวไปเมื่อถึงเวลา 1-2 ปี Radiesse จะเริ่มสลายตัวตามธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จะค่อย ๆ ลดลงไป ผู้ที่ต้องการคงผลลัพธ์ให้คงอยู่ เมื่อใกล้ถึงเวลาสามารถกลับมาเติมซ้ำได้เลย

เติม Radiesse ราคาสุดคุ้มจาก AES CLASS CLINIC

ยกกระชับระดับเอสคลาส ที่ AES CLASS CLINIC พร้อมดูแลคุณทั้งรักสวยและรักษาดูแลผิวพรรณ ให้คุณรักตัวเองอย่างมั่นใจขึ้น ด้วยแพทย์เปี่ยมประสบการณ์ และเครื่องมือมาตรฐานระดับ Gold Standard ปรึกษาปัญหาผิวฟรี! ได้ที่ LINE

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Radiesse

  • Radiesse อ่านว่าอย่างไร

    หลายคนมีความสงสัยว่าโปรแกรม Radiesse อ่านว่าอย่างไร เนื่องจากเป็นบริการใหม่ที่หลายคนยังไม่คุ้นชินกับผลิตภัณฑ์ ซึ่ง Radiesse อ่านเป็นภาษาไทยว่า เร-เดียส

  • Radiesse vs Sculptra ต่างกันยังไง

    Radiesse และ Sculptra สองตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเติมเต็มร่องลึก เติมความอิ่มฟู และยกกระชับใบหน้า ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านของต่างกันที่องค์ประกอบ Radiesse ทำจากแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่พบในกระดูกและฟัน สามารถย่อยสลายได้เอง ส่วน Sculptra ทำจากกรดแลคติกพอลิเมอร์ (PLLA) ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้เองเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นแพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณที่สุด

  • ต้นกำเนิด Radiesse ผลิตจากประเทศอะไร

    Radiesse พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Merz Pharmaceuticals ในประเทศเยอรมนี ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2004 มีงานวิจัยรองรับมากกว่า 245 ฉบับ มีการขายมากกว่า 85 ประเทศทั่วโลก

  • การเติม Radiesse เหมาะกับใคร

    การเติม Radiesse เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีร่องลึกบริเวณใบหน้า หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าไม่กระชับ ไม่เรียบเนียน

  • เลือกเติม Radiesse ดีไหม

    Radiesse เป็นสารเติมเต็มผิวหนังที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการเพิ่มวอลลุ่มและยกกระชับผิว ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้วจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 2-4 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 1-2 ปี

  • หากเติม Radiesse กี่วันเห็นผล

    หลังจากเติม Radiesse จะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จ และผลลัพธ์จะเริ่มชัดที่สุดใน 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล

  • Radiesse ฉีดตรงไหน ได้บ้าง

    Radiesse สามารถเติมได้ทั่วบริเวณใบหน้า และบริเวณหลังมือ โดยจุดที่นิยมเติมได้แก่ ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, หน้าแก้ม, กรอบหน้า, ขมับ, ร่องคาง และหลังมือ เป็นต้น

  • Radiesse ฟิลเลอร์ คืออะไร

    Radiesse ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ทำหน้าที่เป็นโครงตาข่ายรองรับคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์

  • Radiesse อยู่ได้นานไหม

    หลังฉีด Radiesse จะเห็นผลลัพธ์ในทันทีหลังฉีด และจะคงผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสุขภาพผิวและการดูแลตัวเองที่เหมาะสมของแต่ละคน ซึ่งหากใครต้องการคงผลลัพธ์ให้คงอยู่ สามารถกลับมาเติมซ้ำได้เลย

  • Radiesse 1 กล่อง มีกี่ CC

    1 กล่องจะมี 1 ไซริงค์ ซึ่งจะเท่ากับ 1.5 CC

Before & After

แพทย์มากประสบการณ์

ดูแพทย์ทั้งหมด

รีวิว

ภาณุ บุญสมบัติ (ดร.เต้)

มั่นใจดูแลผิวกระตุ้นคอลลาเจนให้ดูดีสมกับเป็น ดร.อปป้า ที่เอสคลาสคลินิก
Radiesse

ณัฐมน ชินโชติกร (นัด)

มาดูแลผิวเพิ่มความมั่นใจ ด้วย Radiesse ผิวอิ่มฟู ดูดีไม่ง้อฟิลเตอร์ ไม่พึ่ง Meitu ที่เอสคลาสคลินิกค่ะ
Radiesse

ถนอม เกตุเอม (บักหนอม)

นอกจากดูแลภาษี นานๆ ที ผมได้ดูแลตัวเอง จึงอยากทำอะไรที่ให้ผลลัพธ์ดี เจอเทอร์มาจตอบโจทย์หนุ่มมีแก้มแบบผมในเรื่องของการกระชับผิวหน้า หลังทำหน้าเรียวกระชับขึ้น รู้สึกได้ว่าผิวแน่น กลับมาทำซ้ำแน่นอนครับ
Thermage Body
Thermage Eye
ฟิลเลอร์ปาก
Radiesse
Ulthera
Thermage FLX

ดลเศรษฐ์ เกษมศิริวัฒน์ (ดล)

ผมมีปัญหาหน้าไม่เท่ากัน มีคนรู้จักแนะนำให้เติมฟิลเลอร์ จึงปรึกษาแพทย์ที่พงศ์ศักดิ์คลินิก แล้วเติมฟิลเลอร์บริเวณกรอบหน้ากับขากรรไกรเพื่อปรับรูปหน้าให้สมดุล และเพิ่ม Masculine Jawline หลังทำเห็นความเปลี่ยนแปลงชัด ถ่ายรูปแล้วรู้สึกตัวเองดูแมนขึ้น ชอบมากครับ
ฟิลเลอร์คาง
ฟิลเลอร์ขมับ
ฟิลเลอร์ปาก
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฟิลเลอร์ใต้ตา
Radiesse
Emface

ลดาวัลย์ คงดําเนิน (จอย)

จอยออกกำลังกายอย่างเต็มที่กว่า 3 ปี ร่างกายแข็งแรงขึ้น รูปร่างกระชับขึ้นมาก แต่มีจุดนึงที่ทำยังไงก็ไม่หายไปคือ พุงล่าง เป็นไขมันดื้อที่กำจัดยากที่สุดแล้ว วันนึงพบว่า Coolsculpting เป็นนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันดื้อจุดที่กำจัดยากได้ในจุดต่างๆ ของร่างกาย จอยตัดสินใจทำทันที และพุงล่างที่เป็นสิ่งกวนใจมานานหลายปีก็หายไปตั้งแต่เดือนแรกหลังทำ รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ
Thermage Body
Thermage Eye
Coolsculpting
Radiesse
Thermage FLX

อรวรรณ พันธ์เจริญ (เจี๊ยบ)

รู้สึกกังวลปัญหาแก้ม เหนียง และหน้าไม่เรียว จึงปรึกษาคุณหมอแนะนำทำ Therma FLX หลังทำยิ้มเลยค่ะ หน้าเรียวขึ้น แก้มลดลง เหนียงหายไป กรอบหน้าชัดขึ้น เทอร์มาจนี่แหละคือคำตอบในการเก็บเหนียงที่เหมาะกับเรา
Thermage Body
Thermage Eye
Sculptra
ฟิลเลอร์ปาก
Radiesse
Ulthera
Thermage FLX

วรัญญา คงดำเนิน (จูน)

จูนผิวแห้ง หางตาตก และผิวหย่อนคล้อย คอลลาเจนในผิวก็ไม่แน่นเหมือนเดิม เลยทำอัลเทอร่า ช่วยได้มากเลยค่ะ จึงทำเป็นประจำทุกปี ตอนนี้ทำมาแล้ว 3 ครั้ง
Thermage Body
Thermage Eye
Radiesse
Ulthera
Thermage FLX

ภาณุ บุญสมบัติ (ดร.เต้)

มั่นใจดูแลผิวกระตุ้นคอลลาเจนให้ดูดีสมกับเป็น ดร.อปป้า ที่เอสคลาสคลินิก
Radiesse

ณัฐมน ชินโชติกร (นัด)

มาดูแลผิวเพิ่มความมั่นใจ ด้วย Radiesse ผิวอิ่มฟู ดูดีไม่ง้อฟิลเตอร์ ไม่พึ่ง Meitu ที่เอสคลาสคลินิกค่ะ
Radiesse

ถนอม เกตุเอม (บักหนอม)

นอกจากดูแลภาษี นานๆ ที ผมได้ดูแลตัวเอง จึงอยากทำอะไรที่ให้ผลลัพธ์ดี เจอเทอร์มาจตอบโจทย์หนุ่มมีแก้มแบบผมในเรื่องของการกระชับผิวหน้า หลังทำหน้าเรียวกระชับขึ้น รู้สึกได้ว่าผิวแน่น กลับมาทำซ้ำแน่นอนครับ
Thermage Body
Thermage Eye
ฟิลเลอร์ปาก
Radiesse
Ulthera
Thermage FLX

ดลเศรษฐ์ เกษมศิริวัฒน์ (ดล)

ผมมีปัญหาหน้าไม่เท่ากัน มีคนรู้จักแนะนำให้เติมฟิลเลอร์ จึงปรึกษาแพทย์ที่พงศ์ศักดิ์คลินิก แล้วเติมฟิลเลอร์บริเวณกรอบหน้ากับขากรรไกรเพื่อปรับรูปหน้าให้สมดุล และเพิ่ม Masculine Jawline หลังทำเห็นความเปลี่ยนแปลงชัด ถ่ายรูปแล้วรู้สึกตัวเองดูแมนขึ้น ชอบมากครับ
ฟิลเลอร์คาง
ฟิลเลอร์ขมับ
ฟิลเลอร์ปาก
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฟิลเลอร์ใต้ตา
Radiesse
Emface

ลดาวัลย์ คงดําเนิน (จอย)

จอยออกกำลังกายอย่างเต็มที่กว่า 3 ปี ร่างกายแข็งแรงขึ้น รูปร่างกระชับขึ้นมาก แต่มีจุดนึงที่ทำยังไงก็ไม่หายไปคือ พุงล่าง เป็นไขมันดื้อที่กำจัดยากที่สุดแล้ว วันนึงพบว่า Coolsculpting เป็นนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันดื้อจุดที่กำจัดยากได้ในจุดต่างๆ ของร่างกาย จอยตัดสินใจทำทันที และพุงล่างที่เป็นสิ่งกวนใจมานานหลายปีก็หายไปตั้งแต่เดือนแรกหลังทำ รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ
Thermage Body
Thermage Eye
Coolsculpting
Radiesse
Thermage FLX

อรวรรณ พันธ์เจริญ (เจี๊ยบ)

รู้สึกกังวลปัญหาแก้ม เหนียง และหน้าไม่เรียว จึงปรึกษาคุณหมอแนะนำทำ Therma FLX หลังทำยิ้มเลยค่ะ หน้าเรียวขึ้น แก้มลดลง เหนียงหายไป กรอบหน้าชัดขึ้น เทอร์มาจนี่แหละคือคำตอบในการเก็บเหนียงที่เหมาะกับเรา
Thermage Body
Thermage Eye
Sculptra
ฟิลเลอร์ปาก
Radiesse
Ulthera
Thermage FLX

วรัญญา คงดำเนิน (จูน)

จูนผิวแห้ง หางตาตก และผิวหย่อนคล้อย คอลลาเจนในผิวก็ไม่แน่นเหมือนเดิม เลยทำอัลเทอร่า ช่วยได้มากเลยค่ะ จึงทำเป็นประจำทุกปี ตอนนี้ทำมาแล้ว 3 ครั้ง
Thermage Body
Thermage Eye
Radiesse
Ulthera
Thermage FLX
ดูรีวิวเพิ่มเติม

Promotions