Biostimulator เทรนด์ฮิตช่วยหน้าเด็ก ตัวไหน? ฉีดแล้วดี
- 21/02/2025
- 360
ถ้าถามถึงเทรนด์ฮิตวงการความงามตอนนี้เชื่อว่า หลายคนต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องเป็น Biostimulator หรือ Biostimulator Collagen หรือที่หลายคนเรียกกันเล่นๆ ว่า วัคซีนหน้าเด็ก เพราะ Biostimulator จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับขึ้น แน่นขึ้น มีความยืดหยุ่นขึ้น ทำให้คนนิยมทำหัตถการด้วย Biostimulator จึงมีผู้ผลิตพัฒนาผลิตภัณฑ์ Biostimulator ออกมาอย่างหลากหลาย แต่ใครจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์ Biostimulator ยี่ห้อ ไหน วันนี้เอสคลาสคลินิกจะมาอธิบายให้ทราบกันค่ะ
Biostimulator คือ อะไร ?

Biostimulator หรือ Biostimulator Collagen คือ สารที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพราะเมื่ออายุมากขึ้น Fibroblast จะลดลง ซึ่ง Biostimulator จะช่วยให้ Fibroblast เกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้น และอีลาสตินทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น ดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องใช้วิธีการศัลยกรรมหรือผ่าตัด นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้น เองได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 1-2 ปี
Biostimulator มีตัวไหนบ้าง ?

ปัจจุบัน Biostimulator มีหลายประเภทที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแต่ละตัวมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ได้แก่
1.PLLA (Poly-L-Lactic Acid)
คือ สารที่จะค่อยๆ สลายตัวไปในร่างกายและปล่อยให้คอลลาเจนถูกผลิตขึ้นมาแทนที่ ไม่ใช่การเติมสารฟิลเลอร์เข้าไปทันที ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏหลังจากการรักษา 2-3 เดือน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
2.PDLLA (Poly DL-Lactic Acid)
มีโครงสร้างโมเลกุลที่แตกต่างกับ PLLA เล็กน้อย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน โดยไม่เติมเต็มหรือปรับรูปหน้า เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวในระยะยาว เช่น รักษาหลุมสิว มีรูขุมขนกว้าง
3.PDO (Polydioxanone)
เป็นสารที่ย่อยสลายได้ชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในไหมละลาย ถูกใช้ในเทคนิคต่างๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ช่วยให้ผิวดูเต่งตึงและกระชับขึ้น
4.PCL (Polycaprolactone)
มีความยืดหยุ่นสูง ใช้เวลาในการย่อยสลายได้เอง ซึ่งหมายความว่า PCL สามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน มักถูกใช้ในรูปแบบของ เส้นไหม PCL การยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ทำให้ผิวดูเต่งตึงและกระชับมากขึ้น
5.CaHA (Calcium Hydroxylapatite)
คือสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พบในกระดูกและฟันของมนุษย์ มักถูกใช้เพื่อเติมเต็มบริเวณที่ผิวหนังหย่อนคล้อย หรือช่วยในการปรับรูปหน้า เช่น การเติมเต็มร่องแก้ม, ริ้วรอยลึก, และการยกกระชับรูปหน้า
Biostimulator ดีไหม
1. Biostimulator ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและกระชับมากขึ้นตามธรรมชาติ
2. Biostimulator ให้ผลลัพธ์ระยะยาว เพราะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว การฟื้นฟูและการยกกระชับจึงเป็นผลที่ยาวนานกว่าเทคนิคบางชนิด
3. Biostimulator ช่วยยกกระชับผิวหรือฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้สามารถฟื้นตัวได้เร็วและมีความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัด
4. Biostimulator เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยหรือริ้วรอย Biostimulator จะช่วยปรับโครงสร้างของผิวที่สูญเสียคอลลาเจน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวดูตึงและกระชับขึ้น
5. Biostimulator ให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ เนื่องจากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและไม่เพิ่มสารเติมเต็มภายนอก การปรับรูปหน้า หรือการยกกระชับจะมีความเป็นธรรมชาติ
เช็คลิสต์ คุณเหมาะกับ Biostimulator ยี่ห้อ ไหน ?
Biostimulator ในไทย
1. โปรแกรม HArmonyCa

โปรแกรม HArmonyCa (HACa) เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากบริษัท Allergan ที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์ความงามทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา เป็นสารเติมเต็มแบบไฮบริดที่ผสมผสานระหว่าง Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ช่วยยกกระชับผิว ทำให้ผิวดูอิ่มเฟิร์มขึ้น และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ผลลัพธ์ของโปรแกรม HArmonyCa อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน
โปรแกรม HArmonyCa เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ผิวเริ่มมีความเสื่อม
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
- มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า มีรอยย่นตรงแก้ม แก้มห้อยเป็นกระเปาะเล็กๆ
- ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น
- ผู้ที่เคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ และต้องการผลลัพธ์ในระยะยาวขึ้น
2. โปรแกรม Profhilo

โปรแกรม Profhilo เป็นผลิตภัณฑ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จากประเทศอิตาลี โดยบริษัทชั้นนำด้านการผลิตกรดไฮยาลูรอนิก เพิ่งมีการนำเข้าไทยเมื่อช่วงเดือน ธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา โปรแกรม Profhilo มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA) ที่ผ่านกระบวนการพิเศษที่ติดสิทธิบัตรคือ เทคโนโลยี Nahyco Hybrid TECHNOLOGY ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว โปรแกรม Profhilo ไม่ได้เน้นการเติมเต็มหรือปรับรูปหน้า แต่จะมุ่งเน้นที่การปรับสภาพผิวให้มีความชุ่มชื้น กระชับ และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรม Profhilo เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่มีริ้วรอยและความหย่อนคล้อยในบริเวณต่างๆ เช่น ใต้ตา โหนกแก้ม บริเวณคาง หรือคอ
- ผู้ที่มีผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น เนื่องจาก Hyaluronic Acid ที่ใช้ในโปรแกรม Profhilo จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวจากภายใน
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนานและดูเป็นธรรมชาติ โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว
- ผู้ที่ต้องการการฟื้นฟูผิวหลังจากการทำหัตถการอื่นๆ เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์และต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมามีความชุ่มชื้นและกระชับมากขึ้น
3. โปรแกรม Sculptra

โปรแกรม Sculptra มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยบริษัท Galderma ได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาจากทั้งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ยุโรป และไทย มีส่วนประกอบหลักเป็น PLLA ซึ่งถือเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติตัวแรกของโลกโปรแกรม Sculptra ทำงานโดยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นเองในบริเวณที่ฉีด ซึ่งทำให้ผิวดูเต่งตึงและยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว ก่อนฉีดโปรแกรม Sculptra จะนำมาผสมกับ Sterile water แล้วฉีดเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังและชั้นผิวหนังแท้ หลังจากนั้นผิวจะดูดซึมตัวยาเข้าสู่ร่างกาย และเริ่มผลิตคอลลาเจน
โปรแกรม Sculptra เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่มีริ้วรอยและความหย่อนคล้อยจากการสูญเสียคอลลาเจน
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและเพิ่มมิติ เช่น บริเวณกรอบหน้า, คาง, หรือร่องแก้ม
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืนเพราะผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Sculptra จะอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี
4. โปรแกรม Radiesse

โปรแกรม Radiesse มีส่วนประกอบหลัก คือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในกระดูกและฟันของมนุษย์ ได้รับความไว้วางใจในหลายประเทศทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2006 โดย Merz Aesthetics เป็นผู้คิดค้นและวิจัย โปรแกรม Radiesse จะถูกทำให้เป็นรูปแบบเจลที่สามารถฉีดเข้าไปในผิวหนังเพื่อเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น
โปรแกรม Radiesse มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ โปรแกรม Radiesse Classic และโปรแกรม Radiesse Plus มีส่วนประกอบทั้งที่เหมือนกัน และส่วนแตกต่างกันตรงที่โปรแกรม Radiesse Classic ไม่มีส่วนผสมของยาชา ส่วน Radiesse Plus จะมีส่วนผสมของยาชา ซึ่งสามารถช่วยลดความเจ็บขณะฉีดได้
โปรแกรม Radiesse เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่มีริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยบนใบหน้า กรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดคอลลาเจน ผิวไม่แข็งแรง
- ผู้ที่ผิวขาดความชุ่มชื้น
- ผู้ที่ต้องการเติมเต็มผิวบริเวณที่มีร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก
5. โปรแกรม Juvelook

โปรแกรม Juvelook เป็นสารช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบ Hybrid Biostimulator เพราะมีทั้ง PDLLA และ HA เป็นส่วนผสมอยู่ในตัวเดียวกัน ทำให้มีความสามารถในการดูดซับน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นแก่ผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว นอกจากนี้ HA ยังช่วยเติมเต็มผิว เติมร่องลึก เบลอริ้วรอย ฟื้นฟูหลุมสิว และเบลอรูขุมขน โดยให้ผลลัพธ์ยาวนาน 12-18 เดือน เมื่อฉีดต่อเนื่อง 3 ขวด
โปรแกรม Juvelook เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยและความหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการผิวดูเปล่งปลั่งและกระจ่างใส
- ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน ฟื้นฟูหลุมสิว
- ผู้ที่มีรอยแผลเป็น รอยแตกลาย ต้องการให้ผิวเรียบเนียน
สรุป
Biostimulator เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และกระชับโดยไม่ต้องใช้วิธีการผ่าตัด ผลลัพธ์ที่ได้จะแลดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน การเลือก Biostimulator ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคนและผลลัพธ์ที่ต้องการ ควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อเลือกตัวที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่น่าพึงพอใจ
สนใจ กระตุ้นคอลลาเจน ด้วยโปรแกรม Biostimulator
ปรึกษาแพทย์ ประเมินผิว และออกแบบการรักษา พร้อมราคาโปรโมชั่น
คลิกปุ่ม Line แล้วพิมพ์ “ โปรแกรมที่สนใจ ” ได้เลยนะคะ
Tags